C# จะเก็บ configurations อย่าง connection strings ไว้ในไฟล์ app.config หรือ web.config เวลา compiled โปรแกรมไปไว้ที่เครื่อง user แล้วเหมือนมันจะเปิดเผยไปหน่อย แถมเวลาเปลี่ยน environment จาก dev ไป uat อะไรแบบนี้ทีก็มาแก้กันที ถ้าแค่ database ตัวเดียวยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าต้องติดต่อหลายก้อน แล้วต้องสลับไปมา ตอนที่แก้บัคพร้อม uat นี่พลาดได้ง่ายๆ
วิธีที่นิยมกันก็คือสร้าง class ขึ้นมาใหม่ แล้วใช้ config เอาจาก class แทน เช่น ไฟล์ Configurations.cs

using System;
using System.Collections.Generic;
using System.Linq;
using System.Text;
using System.Threading.Tasks;

namespace PrototypeCSharp
{
    class Configurations
    {
        public static string environment = "DEV"; // DEV, UAT, PRODUCTION

        public static Dictionary<string, string> DSNs()
        {

            var dsns = new Dictionary<string, string>();

            switch (Configurations.environment)
            {

                case "DEV":
                    {
                        dsns["dns1"] = "Server=127.0.0.1;Database=prototype_DEV;User Id=pitt;Password=phunsanit;";
                    }
                    break;

                case "UAT":
                    {
                        dsns["dns1"] = "Server=127.0.0.1;Database=prototype_UAT;User Id=pitt;Password=phunsanit;";
                    }
                    break;

                default:
                    {
                        dsns["dns1"] = "Server=127.0.0.1;Database=prototype;User Id=pitt;Password=phunsanit;";
                    }
                    break;
            }

            return dsns;
        }

    }
}

เวลาจะใช้ในฟอร์มอื่นก็แค่เรียกใช้อย่าง

        string dns1 = Configurations.DSNs()["dns1"].ToString();

        SqlConnection objConn = new SqlConnection(dns1);

แบบนี้ถ้าอยากจะเปลี่ยน environment จาก DEV, UAT หรือ PRODUCTION ก็เปลี่ยนแค่ public static string environment = “DEV”; // DEV, UAT, PRODUCTION บรรทัดเดียว ก็ได้แล้ว ถ้ามี database อื่นหรือคอนฟิกอื่นๆ ก็แค่เพิ่มรายการเข้าไป ตามที่ใช้

เพื่อให้ง่ายในการดูว่าโปรแกรมเรากำลังใช้ environment ตัวไหนอยู่อาจจะใช้วิธีอย่าง C#: แสดง program version